หลายคนที่มีรถอาจจะคิดว่าขับรถเฉยๆ ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ไม่ต้องตรวจเช็คเป็นประจำก็ได้ คงไม่เป็นอะไร

 

 

แต่ความจริงแล้วขอบอกเลยนะครับว่า… ” ไม่ได้เด็ดขาด “ 

เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้ แล้วเครื่องยนต์เกิดมีปัญหาขึ้นมาระหว่างที่ขับรถอยู่ จะทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ขับขี่ได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นต้องคอยตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวันนี้เราได้นำ 6 อย่างพื้นฐานง่ายๆที่ต้องเช็คเป็นมาฝากกันครับ

1.น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องเป็นส่วนสำคัญอย่างมากของเครื่องยนต์ เพราะช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ทำงานสะดวกขึ้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องตรวจเช็คสม่ำเสมอ เพราะน้ำมันเครื่องที่น้อยหรือมากเกินไปอาจส่งผลเสียกับเครื่องยนต์ได้ วิธีเช็คมีขั้นตอนดังนี้

ข้อควรระวัง

การเช็คน้ำมันเครื่องควรเช็คขนาดดับเครื่องยนต์ รถควรมีอุณหภูมิปกติ และควรจอดรถในที่ราบเรียบไม่ควรจอดในพื้นที่ราดเอียง หรือชัน

  • ดึงเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดคราบน้ำมันให้สะอาด และที่สำคัญไม่ควรใช้ผ้าที่ไม่เป็นขุย
  • นำเหล็กเสียบเข้าไปที่เดิม จากนั้นดึงออกมาอีกครั้ง แล้วดูที่คราบน้ำมันตรงปลายเหล็ก โดยคราบน้ำมันควรอยู่ที่ตัวอักษร “ F ” ถึงจะพอดี
  • หากน้ำมันเครื่องมีน้อยกว่าที่กำหนด ควรเติมให้อยู่ในระดับ ตัวอักษร “ F ” นะครับ

ส่วนใครที่ตรวจเช็คเป็นประจำแล้วพบว่า น้ำมันเครื่องลดลงเร็วผิดปกติ แสดงถึงสัญญาณที่ไม่ดีแล้วครับ เครื่องยนต์ของคุณอาจมีปัญหาได้ต้องรีบหาสาเหตุด่วน

2.เช็คแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ทำหน้าที่ป้อนกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆของรถยนต์ และช่วยเก็บไฟฟ้าสำรอง ในระหว่างการใช้งาน เราควรหมั่นสังเกตุด้วยว่าแบตเตอรี่ของเรามีกระแสไฟที่เพียงพอ พร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอหรือเปล่า ไม่งั้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาสตาร์ทรถไม่ติดได้

E

แบตเตอรี่รถยนต์แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

  • 1. แบตเตอรี่แบบแห้ง Seal Maintenance Free Battery หรือ SMF จะมีราคาสูง เพราะใช้งานสะดวกไม่ต้องเติมน้ำกลั่น อายุการใช้งานนานถึง 5-10 ปี จะมีตาแมวไว้สำหรับไว้คอยตรวจเช็คระดับน้ำกรด และระดับไฟชาร์จ
    สัญลักษณ์ “ตาแมว” หรือภาษาอังกฤษจะมีคำว่า “INDICATOR SIGN” มีจุดสังเกตุอยู่ 3 จุด ดังนี้
    – สัญลักษณ์ตาแมว สีเขียว/ฟ้า บอกถึง : ไฟเต็ม แบตเตอรี่พร้อมใช้งาน
    – สัญลักษณ์ตาแมว สีขาว บอกถึง : ไฟอ่อน ต้องชาร์จไฟ
    สัญลักษณ์ตาแมว สีแดง บอกถึง: ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะเสื่อมคุณภาพไม่สามารถใช้งานได้แล้ว
  • 2. แบตเตอรี่แบบเปียก (Conventional Battery) แบตเตอรี่ประเภทนี้ต้องคอยเติมน้ำกลั่นบ่อย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
  • 3. แบตเตอรี่ชนิดกึ่งแห้ง (Maintenance Free Battery หรือ MF) แบตเตอรี่ชนิดนี้ คอยเช็คน้ำกลั่นเพียง 6 เดือนครั้ง

โดยแบตเตอรี่แบบเปียกและแบบกึ่งแห้งจะมีอายุการใช้งาน 1-2 ปี เราควรจะตรวจเช็คเสมอว่ามีน้ำกลั่นเพียงพอต่อการใช้งานหรือเปล่า

อ้างอิง: https://www.thairath.co.th/news/auto/tips/1403481 http://car.boxzaracing.com/knowledge/2160 https://www.cartrack.co.th/แบตเตอรี่

3.ลมยาง

เวลาที่เราขับรถ ลมยางของรถจะอ่อนลงเรื่อยๆ ดังนั้นเราควรจะตรวจเช็คลมยางทุก 1-2 เดือน เพราะหากลมยางอ่อนจะทำให้ยางรถยนต์ไม่เกาะถนน เวลาขับรถอาจเกิดอันตราย และทำให้รถกินน้ำมันได้
การเติมลมยางตามมาตรฐานรถยนต์ส่วนใหญ่ควรเติมอยู่ในระดับ 32-35 PSI หรือสามารถเช็คที่ด้านข้างประตูคนขับของรถยนต์ โดยส่วนใหญ่รถแต่ละรุ่นได้ จะมีบอกไว้

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคลด้วยว่าใช้รถแบกของหนัก หรือเดินทางไกลหรือเปล่า

4.หม้อน้ำ

หม้อน้ำเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญของเครื่องยนต์ เพราะช่วยระบายความร้อนของรถยนต์ หากเราไม่ตรวจเช็คเป็นประจำ แล้วเกิดหม้อน้ำแห้ง ทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อน อาจทำให้หม้อน้ำระเบิดได้
มีวิธีเช็คง่ายๆ มีดังนี้

ข้อควรระวัง

ห้ามเปิดหม้อน้ำในขนาดเครื่องยนต์ร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้
– เปิดฝาหม้อน้ำ วิธีสังเกตุส่วนใหญ่จะมีตัวอักษร (DANGER/CAUTION/อันตราย) อยู่ที่หน้าฝา
– จากนั้นสังเกตุว่าปริมาณระดับน้ำในหม้อน้ำ ว่ามีอยู่หรือเปล่า หากตรวจแล้วเห็นว่ามีน้อยเกินไป ให้นำน้ำหล่อเย็นมาเติม ไม่แนะนำให้ใช้น้ำประปาในการเติมถังหม้อน้ำ เพราะจะทำให้เกิดตะกอนในหม้อน้ำได้

5.น้ำที่ปัดน้ำฝน

บ่อยครั้งที่กระจกหน้ารถของเรามีคราบ มีรอยต่างๆ ทำให้มองกระจกด้านหน้าไม่ชัด แต่พอจะใช้น้ำที่ปัดน้ำฝนกลับแห้ง ไม่มีให้ใช้ เพราะแบบนี้เราจึงควรเช็คว่ามีน้ำที่ปัดน้ำฝนอยู่หรืเปล่า เพื่อเตรียมพร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอ โดยห้องเครื่องรถยนต์จะมีสัญลักษณ์ของที่ปัดน้ำฝนอยู่ ให้หมั่นตรวจเช็คและคอยเติมน้ำสะอาดให้เต็มอยู่เสมอ

6.ยางอะไหล่

อีกหนึ่งปัญหาที่คนขับรถมักเจอบ่อย คือ “ ยางแตก ยากรั่ว ” รถยนต์ส่วนใหญ่จึงมียางอะไหล่ติดไว้ที่ท้ายรถอยู่เสมอ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้นำมาใช้ชั่วคราวก่อนนำไปเปลี่ยนที่ร้านได้ ดังนั้นเราควรจะตรวจเช็คยางอะไหล่และอุปกรณ์เปลี่ยนยางให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และควรตรวจเช็คเดือนละ 1 ครั้ง โดยวิธีเช็คมีง่ายๆ ดังนี้
-สังเกตุเนื้อยาง มีความแข็ง ไม่มีรอยรั้วใดๆ
-นำยางอะไหล่ไปเช็คลมยาง และเติมให้พร้อมใช้งาน
-หากยางอะไหล่ไม่เคยใช้เลย และมีสภาพที่เก่าแล้ว ควรเปลี่ยนให้เป็นเส้นใหม่ เพราะยางมีอายุการใช้งานที่จำกัด

ข้อควรระวัง

หากนำยางอะไหล่มาใช้ ควรขับขี่ช้าๆไม่เกิน 80 กม. ต่อชั่วโมง เพราะประสิทธิภาพในการทำงานไม่เทียบเท่ากับยางรถยนต์ปกติ หากขับเร็วอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนใครที่สนใจอยากซื้ออุปกรณ์ดูแลเครื่องยนต์ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้นะครับ ทาง Carmart มีจำหน่ายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง , แบตเตอรี่ , น้ำมันเบรก , น้ำมันเกียร์ เป็นต้น

Carmart คุ้มค่า มั่นใจ ปลอดภัยของแท้ 100% ”สนใจสั่งซื้อสินค้าได้ที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ที่ Shopee : ( สามารถสั่งออเดอร์ได้ตลอดทั้ง 4 สาขา [ ดอนเมือง ,พระราม2 ,พัทยา,ประตูน้ำพระอินทร์อยุธยา )

“One Stop Shop ครบจบที่คุณตามหา เรื่องน้ำมันเครื่องและแบตเตอรี่รถยนต์”

ต้องการสอบถามข้อมูลสินค้าหรือบริการเพิ่มได้ที่

w

Line : @Carmart

Tel : 089-779-6439

เปิดทำการ : จันทร์ – เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา : 8.30 – 17.30 น.